หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
ที่ทำการ อบต.บ้านนา

โครงสร้างอบต.บ้านนา
คณะผู้บริหาร อบต.บ้านนนา
สมาชิกสภา อบต.บ้านนา
สำนักปลัด
ส่วนการคลัง
ส่วนโยธา

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัคร อสม.
อาสาสมัคร อสป.
อาสาสมัคร อปพร.

การแถลงนโยบายต่อสภา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ข้อบัญญัติตำบลบ้านน
ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาตำบล
แผนดำเนินงานประจำปี
แผนอัตรากำลัง
รายงานการประเมินผลแผน
รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานการเงินประจำปี
รายงานประชุมสภา อบต.
การประชุมประชาคมตำบล
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ตู้รับฟังความคิดเห็น
    ของประชาชน

พรก./พรบ.ข้อระเบียบ
   กฏกระทรวง

ระเบียบการรับบริการต่างๆ
คู่มือสำหรับประชาชน
ผู้ดูแลระบบ
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ
เช็คอีเมล์
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรมอบต.บ้านนา สินค้า OTOP กระดานสนทนา ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
 
   
   
 
วัดกลางทุ่ง  
วัดกลางทุ่ง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดราษฎรชนบท สภาพโดยทั่วไป ในอดีตเป็นสันดอนที่มีต้นไม้หลากชนิดเยี่ยงป่าทึบ ทั้งต้นตาล มะขามเทศ สะแก ข่อย ฯลฯ มีร่องรอยเศษอิฐเก่าๆ กระจายทั่วไป สันนิษฐานน่าจะเป็นวัดเก่าในครั้งอดีต บริเวณโดยรอบสันดอนเป็นท้องทุ่งนา อยู่ห่างไกลความเจริญ มีแต่ความเงียบสงบ เหมาะสำหรับเป็นสถานที่บำเพ็ญเจริญภาวนา จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ กล่าวอ้างถึง หลวงพ่อฉ่ำ (เจ้าอธิการฉ่ำ) เป็นผู้ดำริก่อตั้งวัดขึ้นใหม่ ร่วมกับอำแดงเจิม และราษฎร เจ้าอาวาสที่พอจะรู้มี 4 รูป ดังนี้ พระเจ้าอธิการฉ่ำ น่าจะเป็นเจ้าอาวาสก่อนปี พ.ศ.2430 โดยประมาณ หลวงพ่อวัน ขันธสีโล มรณภาพ 17 ก.ย. 2493 พระอธิการเผือด หลังจากพระอธิการเผือด ก็มีเจ้าอาวาสรักษาการอยู่ระยะหนึ่ง พร้อมทั้งปล่อยทิ้งร้างมาระยะหนึ่ง ขาดการดูแลทำให้วัดทรุดโทรม ตลอดระยะยาวราว 40 ปี พระอธิการสมจิตร มารักษาการ ราวปี พ.ศ.2538 ได้ทะนุบำรุงก่อสร้างอาคาร กุฏิ ฯลฯ จนรุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้ง จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ปี พ.ศ.2543 จนปัจจุบัน


 
   
   
 
สถานปฏิบัติธรรม “วัดป่าศรีถาวรอยุธยา”  
วัดป่าศรีถาวรอยุธยา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา วัดตั้งอยู่ในเขตตำบลบ้านนาใช้ในการประกอบศาสนกิจของพระสงฆ์และเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน หรือใช้สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ต่างๆ


 
   
   
 
วัดโพธิ์ประสิทธิ์  
สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๘ บ้านโพลาว หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประวัติความเป็นมา เป็นวัดที่สร้างขึ้นราว พ.ศ. ๒๓๕๐ เดิมชื่อ “วัดโพลาว” ไดรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘ เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยชาวลาวเวียงที่อพยพมาจากเวียงจันทร์ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีเนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๔๔ ตารางวา เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๖.๕๐ เมตร ยาว ๒๘ เมตร ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๖๘ หอสวดมนต์ ๘ เมตร ยาว ๒๐.๕๐ เมตร กุฎีสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง เป็นอาคารไม้ทรงไทย สำหรับปูชนียวัตถุ มีพระประธานในอุโบสถ ปางสมาธิ ขนาดพระเพลา กว้าง ๑.๕๐ เมตรจำนวน ๓ องค์ ที่หอสวดมนต์ มีพระประธานปางมารวิชัย ขนาดพระเพลา กว้าง ๑.๕๐ เมตร สร้างด้วยทองเหลือง วัดโพธิ์ประสิทธิ์เป็นสถานที่ใช้เป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของประชาชนในตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้เป็นที่ประกอบศาสนพิธี ทางศาสนา ทำบุญวันธรรมสวนะ และวันสำคัญทางศาสนา กวนข้าวทิพย์ และงานประเพณีต่างๆ เช่น บวชนาค งานศพ งานสงการนต์ เป็นต้น เจ้าอาวาส ปัจจุบัน พระครูโฆษิตกิตติคุณ เป็นเจ้าอาวาส


 
   
   
 
ต้นแบบหมู่บ้านสีเขียว  
“บ้านอยู่กับน้ำ” เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ต้นแบบหมู่บ้านสีเขียวนำร่องแห่งแรก เป็นที่ทราบกันดีว่าชุมชนบ้านคลองทราย ต.บ้านนา อ.มหา ราช จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่รับน้ำยามเกิดอุทกภัยทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นประจำ ล่าสุดเมื่อปี 2554 น้ำท่วมหนักกว่าทุกปี จนประเมินค่าความสูญเสียไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะสร้างความหวังและรอยยิ้มให้กับชาวบ้านที่นี่ได้บ้างก็เห็นจะเป็นการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเฉพาะ “โครงการอินทรี กรีน วิลเลจ” (INSEE Green Village) ซึ่งเป็นความพยายามคืนความสุขให้ชาวบ้านในชุมชนได้อยู่กับน้ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สำหรับที่มาที่ไปของ โครงการอินทรี กรีน วิลเลจ (INSEE Green Village) หรือ “หมู่บ้านต้นแบบสีเขียว” นั้น เป็นโครงการด้านกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมสร้างความยั่งยืน โดยมุ่งมั่นที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และพยายามสร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในรูปแบบของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนด้วยแนวคิด Green Heart เพื่อโลกน่าอยู่คู่หัวใจสีเขียวด้วย 5 R คือ Reuse การใช้ซ้ำ, Reduce ใช้น้อย, Recycle แปรรูป, Recycle ปรับเปลี่ยน และ Replace ทดแทน การดูแลแบบต่อเนื่องนี้ทางปูนอินทรีก็สนับสนุนเต็มที่ ตราบใดที่ชาวบ้านยังมีความมุ่งมั่นในการจัดการสิ่งแวดล้อมก็จะตามสนับสนุนเรื่องวิชาการไปตลอด เพราะถือเป็นระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คือตัวชาวบ้านเอง ถ้าไม่ทำเราก็ทำอะไรไม่ได้ จึงเป็นการผสมผสานกัน ซึ่งหวังว่าจะยั่งยืน ไม่อยากให้ทิ้งไป เพราะเมื่อน้ำมาระบบของเราจะหยุดทำงานก็จริง แต่เชื่อว่าชาวบ้านก็จะยังอยู่ได้ เมื่อน้ำลดถังชีวภาพก็เริ่มระบบใหม่จุลชีพที่อยู่ข้างในก็ทำงานได้อีก ถ้าเริ่มป้อนอาหารเข้าไปใหม่มันก็จะเติบโตปล่อยแก๊สออกมาใหม่ เป็นระบบค่อนข้างเสถียรพอสมควร สามารถอยู่ได้เวลาน้ำท่วมและหลังน้ำลดก็อยู่ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นโครงการอินทรี กรีน วิลเลจ จึงถือได้ว่าเป็นต้นแบบหมู่บ้านสีเขียวนำร่องแห่งแรกของประเทศไทยที่จะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมให้สามารถอยู่กับน้ำได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนนั่นเอง.